Scholar YaDa's profileScholar YaDaPhotosBlogListsMore ![]() | Help |
Scholar YaDa |
||||||||
|
September 26 รางวัลของการติดตึกมีกิจกรรมหนึ่งที่รับสมัครคนที่สนใจเรื่องการถ่ายภาพ ในหัวข้อ โครงการประกวดภาพถ่ายมหาวิทยาลัยบูรพา ครั้งที่ 3 โดยแบ่งการประกวดเป็น 2 ประเภท คือภาพถ่ายอาคารสถานที่ และภาพถ่ายกิจกรรมที่เกิดขึ้นในมหาวิทยาลัย ผมเป็นคนหนึ่งที่สนใจเรื่องนี้มาตั้งแต่ต้นอยู่แล้ว พอมีโครงการนี้เลยไม่พลาดที่จะร่วมส่งภาพเข้าประกวด ไม่ได้หวังรางวัลอะไรหรอกเพียงแค่ได้ทำตามใจที่ฝันเอาไว้ คือขอแค่ให้มีรูปเราขึ้นที่บอร์ดสำหรับคนที่นำภาพเข้าประกวดแค่นั้นก็พอ เมื่อช่วงเกือบ 2เดือนที่ผ่านมา ผมก็เริ่มตระเวนราตรีภายในมหาวิทยาลัย พยายามถ่ายรูปม.ตอนกลางคืน เพราะผมคิดว่าการถ่ายรูปให้สวยและน่าเตะตากรรมการก็คือรูปถ่ายกลางคืนที่เล่นแสงสีนี่ละ ถ้ามีใครสังเกตจะเห็นว่าช่วงนั้นสะพายกระเป๋ากล้องและขาตั้งกล้องบ่อยมาก วันไหนไม่กลัวผีก็ไปคนเดียววันไหนกลัวผีก็หนีบเอาไอ้โน้ตหรือไม่ก็ไอ้ภูมิไปด้วย เวลาผ่านไปตามตึกก็พยายามมองแล้วก็หามุม ว่ามุมนี้นะจะเจ๋ง มุมนี้น่าจะไม่เคยมีคนถ่ายมาก่อน จนกลายเป็นว่ามีวีรกรรมเกิดขึ้น ในจำนวนนี้ก็คือ เกิดไปติดตึก QS2 วันเกิดเหตุเป็นวันปลายเดือนสิงหาคม คืนนั้นไม่มีอะไรเป็นลางบอกเหตุเลยว่าจะเกิดอะไรขึ้น หลังจากกลับมาจากบ้านกล้องแบตยังเหลือเลยชวนไอ้โน้ตไปถ่ายรูปเพื่อจะให้แบตมันหมด ตอนแรกไปที่ตึก BS แต่ว่าทัศนวิสัยไม่ดีก็เลยย้ายไปตึกวิศวะ ขึ้นไปชั้น8 ประมาณทุ่มกว่าๆแล้วมุมไม่ได้เลยย้ายไปที่ QS2 ตอนขึ้นก็สังเกตว่าเริ่มมีคนเดินออกมาจากตึกกันบ้างแล้วก็ไม่ได้สนใจอะไรด้วยที่เอาบีเอสเป้นบรรทัดฐานเพราะบีเอสไม่เคยปิดตึกเลย ราว3ทุ่มได้ผมก็มัวแต่กำลังเพลิดเพลินกับการถ่ายไปที่ตึกวิศวะอยู่ แบตเจ้ากรรมก็หมดก็เลยได้เวลากลับ เหรุการณ์แรกที่ทำเอาเราใจเสียคือกดลิฟท์เท่าไหร่ลิฟท์ก็ไม่ยอมมา ก็เลยเดินลงไปยันชั้นต่างๆ ก็ว่าทำไมมันเงียบจังวะ ไฟก็ดับทุกชั้น จนมาแน่ในแล้วว่าอ้าว นี่ตูโดนขังไว้ในตึกเหรอวะเนี่ย เง้อซวยแล้ว เอาไงละที่นี้ จะว่าไปไอ้ชั้นสองกับชั้นหนึ่งก็สูงราวๆ3เมตรกว่าว่าจะโดดแล้ว แต่คิดไปคิดมาก็กลัวขาหักเหมือนกัน สุดท้ายเลยโทรสับไปหาเพื่อนที่เป็นรองนายกของมนุษย์ เขาก็ไปตามหัวหน้ายามมา ใจก็แป้วเห็นเขาวอร์กันให้วุ่น ซวยแล้วเราจะโดนข้อหาลักขโมยไหมหว่า ในที่สุดก็ได้บรรใดลิงที่ทำมาจากต้นไผ่ปีนจากระเบียงหน้าตึกชั้นสองลงมาพร้อมไอ้โน้ต เหอะๆนึกแล้วยังขำเลยทำไปได้ ถัดมาอีก4วันก็ออกไปเก็บภาพใหม่ แล้วก็ส่งภาพเข้าประกวด ผลการประกวดคือ ได้รางวัลชนะเลิศที่1ประเภทภาพถ่ายอาคารสถานที่ เหอๆ ทำไปได้ ไอ้เราก็เรียนเรื่องกล้องงูๆปลาๆไม่ได้สายตรงแบบคณะอื่นเขาแต่ได้ขนาดนี้ก็เจ๋งแล้ว แต่จะว่าไปมันก็เซงเหมือนกัน ตอนที่รู้ผลการประกวด ก็มีทั้งคนที่ชมแล้วก็คนที่ติ ไอ้ที่ชมก็ขอบใจ ไอ้ที่ติก็ขอบใจเช่นกัน คงเป็นเพราะด้วยความเป็นเด็กวิดยาเหมือนกัน มั้ง มุมมองก็เลยอาจธรรมดาไป บ้างก็ว่าภาพมันยังไม่แจ่ม คนส่งเข้าประกวดน้อยบ้าง กรรมการเป็นคนรู้จักบ้าง ก็ว่ากันไป แต่อย่างน้อยผมก็คิดว่า จะว่าจะพูดไรก็ว่าไปแต่อย่างน้อยผมก็ได้ส่งภาพเข้าประกวดแล้วก็ได้รางวัลมาแล้วใครจะว่าไรก็ช่างเขา คำคนก็แค่ลมบาดหิน แต่ก็ไม่ได้คิดมากอะไร ขำๆวะ นี่แหละค้าบผลของการพยายามแล้วก็ความมุมานะ คุ้มดี 5000บาท พร้อมใบประกาศ ปีหน้าผมฝากฝังน้องๆในเอกไว้แล้วว่าพยายามส่งภาพเข้าประกวดนะเพราะว่าประกวดสามครั้งเด็กชีวะ วิดยาได้มาทั้ง3ปี (คณะอื่นไปไหนหมด - -!) มีคนถามเหมือนกันนะว่าผมจะส่งภาพเข้าประกวดไหมตอนแรกผมบอกว่าไม่หรอกแต่คิดไปคิดมามันก็น่าลองเหมือนกันนะ อีกอย่างคือไม่อยากอวดมากว่าจะส่งภาพเพราะหากผลออกมาไม่ได้รางวัลจะโดนเยาะได้ ผมว่ามันอาจจะมีอยู่แล้ว สู้นิ่งๆไว้ดีกว่า รูปนี้เป็นฝีมือผมก็จริงแต่ตอนนี้เป็นลิขสิทธิ์ม.ไปแล้วอยากรู้ก็ตามลิ้งค์นี้เลยนะค้าบ นี่แหละรางวัลของการติดตึก ไว้เจอกัน www.buu.ac.th ไปที่ผลการประกวดภาพถ่าย เย้ๆ September 11 พันธะจากอดีตเรื่องของเรื่องไม่ได้งมงาย แต่รู้สึกว่ามันวนเวียนในใจมาช่วงระยะเวลาหนึ่ง ก็เลยแว้บถึง เพชรพระอุมา ตอนแต่ปางบรรพ์ขึ้น จากความฝันจนมาถึงการกระทำจริง ด้วยใจที่แน่วแน่ และเด็ดเดี่ยว พันธะที่ว่านั้นผมได้บอกกับสิ่งนั้นไปหมดแล้วว่า หากครั้งก่อนเราเคยมีพันธะผูกพันกันไม่ว่าจะด้วยคำพูด คำสัญญา หรือการกระทำ มาเวลานี้จะขอตอบแทนและทดแทนคุณเพื่อแก้พันธะที่เคยผูกมัดระหว่างเราเอาไว้ หรือ ถ้าไม่เคยมีพันธะอะไรต่อกันมาตั้งแต่ก่อน ก็ถือว่าครั้งนี้มาเพื่อช่วยและจะไม่ขอเอาไปเป็น พันธะใหม่ เพราะไม่ต้องการจะเป็นเหตุที่ก่อให้เกิดพันธะ
แต่ครั้งนี้ก็รู้สึกดีใจและซึ้งในสิ่งที่เกิดขึ้นและทำลงไปมาก รู้สึกว่ากว่าจะไปถึงจุดหมายที่คิดไว้มันต้องผ่านอะไรๆ หลายอย่าง ที่ผ่าฟันมันไปให้ได้ ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ทดสอบตัวเราว่าสามารถทำได้อย่างที่ปากพูดหรือไม่ ในวินาทีที่จากกัน ผมยังคงมองต่อไป แล้วก็นั่งคิดคนเดียวอย่างเงียบๆว่า สงสัยอาจจะเคยมีอะไรที่เราเคยติดค้างกันมาแน่ๆ เพราะทุกสิ่งทุกอย่างมันช่างลงตัว และเหมาะเจาะ ในตอนนั้นเองผมลองมองไปที่จุดที่เราแยกจากกัน สิ่งหนึ่งที่ทำให้ใจผมแทบ หยุดเต้นก็คือ สิ่งนั้นยังไม่ไปไหนแต่ยังอยู่ที่เดิมดั่งเช่นตอนที่เราได้แยกกัน แต่สิ่งนั้นยังคงสะกดให้ผมดูอยู่ครู่หนึ่ง ถึงเวลาที่ต้องแยกกันจริงๆแล้ว ลาก่อน ขอให้โชคดี ไม่ขออะไรหากการกระทำครั้งนี้ มีบางสิ่งเห็นว่าถูกเห็นว่าดี ก็ขอให้เปิดทางเช่นนี้ไปตลอด และขออย่าให้มีสิ่งที่เป็นสิ่งที่ไม่ดีมาเข้าใกล้ครอบครัวผมได้เลย August 29 ทริปนี้ไปเกาะมันในตี 5 ของวันเสาร์ที่ 25 สิงหาคม 50 ตื่นมาพร้อมความง่วง เรา 7 คนนัดกันไว้หน้าตึกฟิสิกส์ คนครบก็ย้ายไปที่หนองมน รถมาไปส่งยังสถานีระยอง แล้วต่อรถไปยังแหลมแม่พิมพ์ จากนั้นประมาณบ่ายโมงเรือก็เทียบท่าที่เกาะมัน ใช้เวลาแล่นประมาณ 22 นาที จัดเก็บของเข้าบ้านเสร็จแล้วต่างคนก็รวมตัวกันออกไปสำรวจเกาะ บริเวณแรก วันนั้นเป็นวันที่มีเมฆมากฝนใกล้จะตกอากาศดีมาก ได้กลิ่นทะเลบวกกับกลิ่นไอฝนจากฝั่ง มีลมแรงพัดมาปะทะหน้า ก็หวนไปนึกถึงสมัยเป็นเด็ก อากาศดีสุดยอด หลังจากสำรวจบ่อเต่าใหญ่เสร็จแล้วก็กลับมาทำกับข้าวกินกัน กับข้าวมื้อนั้นเป็นของทะเลล้วนๆ มีหมึกหอมตัวใหญ่ย่าง ยำปลาหมึกคำใหญ่ๆ ปลาย่าง ต้มยำปลาสีขนเกาะตัวใหญ่ๆ หมึกผัดฉ่า แล้วก็หอยแครงกับหอยแมลงภู่ลวก ยิ่งได้น้ำจิ้มทะเลรสจัด โหยสุดๆ หลังจากอิ่มกันเสร็จแล้วก็ไปนั่งเล่นที่สะพานเทียบเรือ มีแสงไฟสวยๆบรรยากาศดีๆ เหมาะกับการมานั่งคุยเล่นกับแฟนมาก น้ำตอนกลางคืนตอนโดนแสงไฟจะเห็นทรายที่ก้นทะเลได้เลย ผมมะระและแนนก็เล่นกีตาร์และร้องเพลงกัน ส่วนคนอื่นก็หนีไปนั่งคุยกัน จากนั้นราวๆ 4 ทุ่มก็กลับที่พัก มาเล่นไพ่กัน และเลิกเล่นกันตอนราวๆเที่ยงคืน ผมเสียไป20บาท เฮ้ออุตส่าห์โกงเนียนๆ เหอะๆ ตอนนอนอยากร้องไห้ผมนอนเกือบปลายเท้าของไอ้ต๊อกกับไอ้เจ้าแม๊คแล้วไอ้คู่นี้มันก็นอนกรนกันทั้งคู่ สงสัยความเหนื่อยจะเป็นเจ้านายใหญ่เลยไม่ได้ยินเลยหลังจากเอนตัวนอนไปได้เพียงแปบเดียว รุ่งเช้าจะออกไปหาเมนูในตำนานคือ หอยนมสาวกับหอยตาวัว เก็บไปถ่ายรูปไป สุดท้ายก็กลับมาได้สองถุงใหญ่ๆ ใครที่เคยกินหอยหวานรสชาดก้คล้ายกัน กรึบๆเหมือนกัน จากนั้นก็ขึ้นเรือกลับฝั่งแล้วขึ้นรถต่อมาที่มอ สรุปใช้เงินไป 200 กว่าบาทเองทริปนี้ ไม่รวมค่าเดินทางและค่าของจิปาถะ ถ้ารวมก็ราวๆ400กว่าบาท คุ้มดีเจ๋ง เนื่องจาก
ทริปนี้น้องแนนเป็นคนติดต่อทริปนี้ให้ขอบคุณมากๆค้าบ ไม่กล้าชวนใครไปเกรงใจน้องเขา แต่แนนบอกว่าไว้โอกาศหน้ามาใหม่พามาเยอะๆเลย อีกอย่างไม่ได้ชวนเพื่อนๆคนไหนไปด้วยเพราะว่าไอ้ต๊อกเป็นคนจัดการ อิอิ แต่ภาพรวมก็ถือว่าสนุก แล้วก็บรรยากาศดีเหมือนเมื่อตอน10ปีที่แล้ว อืมม.. ไว้เจอกันทริปหน้านะค้าบบบบบบบบบบบบบบ August 17 วันวิทย์วันที่2ปีนี้เป็นตากล้องให้คณะ อยากได้กล้อง DSLR สักตัว คงมืออาชีพขึ้น เมื่อวานมาพิมพ์ไม่ทัน เล่นสะเปรชไม่เป็น วันวิทย์ปีนี้เงียบไปนิดแต่ว่าภาพรวมก็ใช่ได้ นอกจากจะได้ทำงานถ่ายรูปที่รักแล้ว ยังได้ทำงานร่วมกับน้องๆปี2ปี3 นอกจากจะได้สอนงานแล้วยังได้สนิทและพูดคุยกับน้องๆมากขึ้น ทุกคนนิสัยดีให้ความสินทสนมกันได้ไว ภาพรวมเจ๋งมากไอ้น้อง เมื่อวานได้ทำเรื่องหนึ่งที่อยากทำมาปีกว่า คือได้ถ่ายรูปคนน่ารักคนหนึ่ง กว่าจะได้ก็รวบรวมความกล้าหน้าดู แต่ก็ไม่ได้คิดไรมากหรอก แฮะๆ อาทิตย์ก่อนได้กลับไปบ้านมา ค้นรูปเก่าๆขึ้นมาดู ราวๆ20รูปได้ เป็นรูปสมัยม.3-ม6 ถ่ายกับเพื่อนๆ จนรู้สึกเป็นหนี้บุญคุณไอ้รูปเก่าๆพวกนี้หลายครั้งแล้ว เพราะตอนนี้เวลาเซง หมดอารมณ์ หรือเครียด พอแค่ตาผ่านไปเห็นอัลบั้มรูปเพื่อน มันก็เริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ เออแปลกดี นอกจากดูรูปเพื่อนเก่าๆแล้ว สิ่งที่ครั้งหนึ่งเคยสงบมานานแล้วมันกลับผงาดขึ้นมาใหม่ หนึ่งในกลุ่มเพื่อนนั้นทำให้ความรู้สึกส่วนตัวเก่าๆเริ่มเต้นแรงๆอีกครั้ง ไม่อยากให้เกิดขึ้นเลย พูดกับตัวเองว่าเพื่อนๆๆๆๆๆๆๆ ย้ำให้รู้สึกตัว แต่มันผ่านมา4ปีแล้ว คนเราคงเปลี่ยนกันได้มั่งละน่า รักปี2ปี3 อีกเป็นกอง เพื่อภาคไอ้น้องเพื่อภาค ปลายปีนี้ติดยศ ว่าที่เรือตรี คงหล่อขึ้นอีก2นิ้ว เอิ๊กๆ ผมเกรียนอีกแล้ว |
|
||||||
|
|